ประวัติการขึ้นลงของดัชนีราคาหลักทรัพย์

ยุคเฟื่องฟูครั้งที่ 2 (2529-2536)

            ปี 2529เป็นปีที่ระดับราคาหลักทรัพยเคลื่อนไหวสูงขึ้นอย่างมั่นคง โดยมีปัจจัยพื้นฐานที่ดีของประเทศ
สนับสนุน นับตั้งแต่วิกฤติราชาเงินทุน มูลค่าเฉลี่ยการซื้อขายต่อวันมีประมาณ 100 ล้านบาทมีนักลงทุนต่างประ
เทศ เข้ามาลงทุนชัดเจนมาก โดยมีมูลค่าสูงถึง 4600 ล้านบาท ในปลายปีนั้นมีการจัดตั้งกองทุน Thailand fund
มีมูลค่า 30 ล้านเหรียญ เป็นกองทุนต่างประเทศกองทุนแรกที่เข้ามาลงทุนในตลาดหลักทรัพยไทย และเป็นจุด
เริ่มต้นของการจัดตั้งกองทุนลักษณะเดียวกันที่มีขนาดใหญ่มากขึ้นตามมานับสิบกองทุน นอกจากนี้อัตราดอกเบี้ย
ยังเอื้อ อำนวยและยังได้รับแรงสบับสนุนจากการปรับโครงสร้างภาษีการลดราคาของราคาน้ำมันและสาธาณูปโภค

            ปี 2530 นโยบายการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเริ่มเห็นผล ทำให้ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน
เพิ่มขึ้นกว่า ร้อยละ 80 เมื่อเทียบกับปีก่อน จนทำให้ตลาดหลักทรัพยได้เปลี่ยนแปลงอัตรา margin ในทางสูงขึ้น
เพื่อชลอความร้อนแรงขของตลาด

 เหตุการณ์ Black Monday 2530

            เกิดขึ้นมนวันจันทร์ 19 ตุลาคม ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ตกภายในวันเดียว 22.6 %วิกฤตการณ์ครั้งนั้น ทำให้นักลงทุนต่างชาติจำเป็นต้องขายหุ้นในประเทศต่างๆออกมาเพื่อชดเชยการขาดทุนในตลาดหุ้นนิวยอร์คทำให้ ตลาดหุ้นทั่วโลกตกต่ำ จนทำให้นักลงทุนภายในประเทศแห่ขายตามเพราะเชื่อว่าเศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่ภาวะ ถดถอยอีกครั้งทำให้ดัชนีราคาตลาดหุ้นตกจากระดับ 472.86 มาเหลือ 249.97 ในระยะเวลา 2 เดือน

             สาเหตุสำคัญของ Black Monday 4 ประการ ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ Black Monday กับตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อ 18 ปีที่แล้ววันนี้จะมาคุยถึงรายละเอียดของสาเหตุทั้ง 4 ข้อนั้น


                1)เกิดการปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงจากระดับ 2,000 จุด และขึ้นไปถึง 2,747 จุด ภายในระยะเวลา 3 เดือน
                2) อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐ หรือ CPI ปรับตัวขึ้นมากกว่า 4%
                3) ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น 100% จากระดับ 10.80 ไปสู่ 22.40 เหรียญ ต่อบาร์เรล
                4) อัตราดอกเบี้ยธนาคารกลางสหรัฐฯ อยู่ที่ระดับ 6%

             ปี 2531 ภาวะการซื้อขายหลักทรัพย์ได้ฟื้นตัวจากภาวะตกต่ำจาก Black Monday เดือน ตุลาคม 2530
และเด่นชัดขึ้นระดับราคาหลักทรัพย์อยู่ในลักษณะทรงตัวในตอนต้นปี แล้วสูงขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ พร้อมกับ
ปริมาณการซื้อขาย ซึ่งปัจจัยสำคัญที่เป็นตัวส่งเสริม คือ อัตราการเจริญเติบโตของประเทศไทยที่ขยายตัวมาก
ถึงร้อยละ 11 ส่งผลให้บริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่มีผลประกอบการที่สูงขึ้น พร้อมๆกับการฟื้นตัวของตลาดหุ้นทั่ว
โลกหลังวิกฤตการณ์ Black Monday ภาวะการเงินระหว่างประเทศอยู่ในลักษณะที่ควบคุมได้ ดัชนีราคาตลาด
หลักทรัพย์มีระดับสูงสุด 471.45 ในวันที่ 8 สิงหาคม โดยมีมูลค่าการซื้อขายตลอดทั้งปีมากถึง 156457.23 ล้าน
บาท

             ปี 2532 ความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจไทย ยังมั่นคงต่อไป ภาวะตลาดหุ้นสำคัญของโลกมีแนวโน้มพร้อมๆ
กับ อัตราดอกเบี้ยภายในประเทศและอัตราแลกเปลี่ยนมีเสถียรภาพ ดัชนีราคาผ่านจุดสูงสุงก่อนเกิดวิกฤตการณ์
Black Monday ในวันที่ 18 เมษายน และขยับสูงขึ้นไปถึงจุดสูงสุดที่ระดับ 879.19 ในวันที่ 29 ธันวาคม ด้วยมูล
ค่าการซื้อขาย 377028.18 ล้านบาท

            ปี 2533 รัฐบาลแถลงประกาศยอมรับพันธะมาตรา 8 ของเงินกองทุนการเงินระหว่างประเทศ นอกจาก
นั้นมีการจัดตั้งกองทุนต่างประเทศอีก 3 กองทุนมูลค่ารวม 8600 ล้านบาทและคณะกรรมการกำกับหลักทรัพมีมติ
ให้ขยายเวลาการซื้อขายหลักทรัพย์จาก 2 ชั่วโมงเป็น 3 ชั่วโมง ทำให้ดัชนีราคาได้ไต่ระดับ 1143.78 เมื่อวันที่
25 กรกฎาคม มุลค่าการซื้อขายรวม 627232.75 ล้านบาท

วิกฤตการณ์สงครามอ่าวเปอร์เซีย (2533)

            ในปีนั้นประเทศอิรักบุคยึดประเทศคูเวทอย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 2 สิงหาคม 2533 ส่งผลกระทบทาง
จิตวิทยาของนักลงทุนและทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ดัชนีราคาปรับลดลงอย่างรวดเร็ว
เช่นกัน ซึ่งก่อนหน้านั้นตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นไปซื้อขายสูงสุดที่ระดับ1,143.75 จุดเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2533
แต่เพียง 3 สัปดาห์ดัชนีดิ่งลงมากถึง 39% ต่ำสุดที่ระดับ 695.81 จุด ตลาดหุ้นไทยต้องตกอยู่ในพะวังและความ
ไม่ชัดเจนของสงครามถึง 3 เดือนเต็ม ก่อนที่จะกระเตื้องดีขึ้นในช่วงปลายเดือนสิงหาคมและปรับตัวลงมาเหลือ
544.30 ในเดือนพฤศจิกายน

            ปี 2534 การซื้อขายหลักทรัพย์ได้ฟื้นขึ้นมาอย่างรวดเร็วโดยมีปัจจัยที่สนับมนุนคือ การเจริญเติบโตทาง เศรษฐกิจซึ่งยังคงเจริญเติบโตในระดับสูง รวมทั้งการฟื้นตัวของตลาดหุ้นทั่วโลกในปีนั้นตลาดถูกกระทบจาก
การเปลี่ยนแปลงทางการเมื่องโดยคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ไม่มีเหตุเสียรุนแรงจนเสียเลือดเนื้อ
มากนักหลังจากวันที่ 23 กุมภาพันธุ์ แต่เมื่อประกาศใช้รัฐธรรมนุญฉบับใหม่ในเดือนธันวาคม การซื้อขายจึงกลับ
มาคึกคักอีกครั้งหนึ่งในช่วงปลายปี

             ปี 2535 สภาพคล่องในตลาดเงินที่สูงมากและสถานการณ์การเมืองในช่วงเลือกตั้งทั่วไปที่ดูเหมือนมี
ความเรียบร้อยได้ส่งผลในภาวะการซื้อขายหุ้นคึกคักมา มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย 1000 ล้านต่อวันดัขนีราคาที่
เปิด ณ ต้นปี 712.02 ได้ขยับตัวสูงขึ้น 832.39 ในวันที่ 7 เมษายน

เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535

             เหตุการณ์พฤษภาทมิฬเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 17-19 พฤษภาคม 2535 เป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ตลาดหุ้น
ไทยต้องสะดุดตัวเองอย่างแรงเหตุการณ์นี้สืบต่อมาจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2534 รสช.เข้ายึด
อำนาจจากรัฐบาลพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ตลาดหุ้นตกไปทันที 40.63 จุด และวันถัดมาตกลงอีก 57.40 จุดจน
กระทั่งเดือนพฤษภาคม 2535 ก็เกิดเหตุความไม่สงบขึ้น ครั้งนี้เกิดเหตุการณ์เสียเลือดเสียเนื้อของประชาชน
จำนวนมาก ตลาดหุ้นตอบรับทางลบอย่างรุนแรง ดัชนีตกลงทันที 65 จุดเหลือเพียง 667.84จุด ก่อนจะดีดกลับ
61 จุดในวันที่ 21 พ.ค. 2535 หลังเหตุการณ์ความไม่สงบตลาดหุ้นก็ตกอยู่ในภาวะซบเซาอย่างหนัก มูลค่าการ
ซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลงจาก 7,337 ล้านบาท ในไตรมาสแรกเหลือเพียง 4,871ล้านบาท ในไตรมาสที่ 2

              อย่างไรก็ตามเมื่อภาวะความไม่แน่นอนทางการเมืองสิ้นสุดลง เมื่อได้มีการเลือกตั้งทั่วไปอีกครั้ง ในวันที่ 13 กันยายน รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง โดยมีนาย ชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรีภาวะการซื้อขายเริ่มกับมาคึกคัก อีกรอบ โดยเฉพาะวันที่ 12 กันยายน มีมูลค่าการซื้อขายมากถึง 22,636.75 ล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าการซื้อขายที่ สูงสุดในรอบ 17 ปี

              อย่างไรก็ตาเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2534 ตลาดหลักทรัพย์มีการขยายตัวที่สูงมาก จำนวนบริษัทจดทะเบียน เติบโตจาก 276 บริษัทเป็น 320 บริษัทคิดเป็นร้อยละ 15และมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเติบโตจาก3237 ล้าน บาทเป็น 7530 ล้านบาท ซึ่งเติบโนสูงถึงร้อยละ 133 และขนาดตลาด(market cap) ณ วันส้นปี 2534เท่ากับ 897159 ล้านบาท ขยายตัวเป็นเป็น 1,485,018 ล้านบาท เมื่อสินปี 2535 ซึ่งขยายตัวสูงถึงร้อยละ 66

เหตุการณ์กล่าวโทษ ข้อหาปั่นหุ้น

             สำคัญอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ส่งผลโดยตรงต่อความรู้สึกของนักลงทุน คือ การประกาศความผิดข้อหาปั่น
หุ้นธนาคาร กรุงเทพพาณิชย์การ หรือ BBC กับนาย สอง วัชรศรีโรจน์และพวกอีก 11 คนกลางเดือนพฤศจิกายน
2535 โดย หน่วยงานใหม่คือคณะ กรรมการกำกับดูแลหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย (ก.ล.ต.)ที่มีหน้าที่รับผิด
ชอบดูแลกำกับตลาด ในข้อหาปั่นหุ้น ธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ วันที่ 18 พฤศจิกายน 2535ทำให้นักลงทุนตก
ตะลึง ขายหุ้นจนดัชนีราคาทรุดตัวลง 6% ในระยะเวลา 2 วันทำการและในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2535 กระทรวง
การคลังก็ประกาศจัดตั้งกองทุน 5,000 ล้านบาท โดยใช้เงินจากธนาคารกรุงไทยเข้ามาพยุงหุ้นและยังขอความ
ร่วมมือจากกโบรกเกอร์ 40 รายลงขันจัดตั้งกองทุนพยุงหุ้นอีก 10,000 ล้านบาท เข้ามาซื้อหุ้นธนาคาร กรุงเทพ
พาณิชย์การ

             ปี 2536 นักลงทุนต่างชาติเข้ามาเก็งกำไรในตลาดไทยในครึ่งปีหลังทำให้ตลาดมีการปรับตัวขึ้นพร้อม
กับปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นเป็น 2-30000 ล้านต่อวัน แลเพราะมูลค่าการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวนี้ ทำ
ให้มีการเข้ามาเก็งกำไรในกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ที่คาดว่าจะมีกำไรจากมูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้น ดัชนีราคาปรับตัว
จาก 877.52 ในเดือน มิถุนายน เป็น 1682.86 เมื่อสิ้นปี 2536 กลุ่มเงินทุนหลักทรัพย์และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์มี
การปรับตัวเพิ่มมากกว่า 2 เท่าตัว

 

                                                            << อ่านเริ่่มต้น       อ่านต่อคลิก>>

 
hit counter